วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ทานยาเยอะ เสี่ยงไตพัง !!


จากประสบการณ์ที่ให้คำปรึกษากับลูกค้ามา สิ่งหนึ่งที่เจอเป็นประจำคือ .....

คุณลูกค้าทานยา ความดัน ไขมัน มาเป็นเวลานาน ทำไมค่าเลือดไม่โอเคสักที ???

คุณหมอเพิ่มยา เพิ่มยา ให้ทุกรอบ จนค่าไต เริ่มไม่โอเค แล้ว


เมื่อมาหาอาหารเสริมทาน อาจจะเป็นช่วงที่ยังดูแลได้ หรืออาจจะเป็นช่วงที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูสักระยะ


คำถามยอดฮิต เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อ HRT +UMI  ทานเพื่อ ดูแล ความดัน ไขมัน และ บำรุงไต

คำถาม :: ยังต้องทานยาของหมออีกไหม ??
คำตอบ :: ทานคะ ทานปกติ ทานจนกว่าค่าเลือดที่คุณหมอตรวจมาจะลดลงจนคุณหมอแน่ใจว่าเราดูแลตัวเองดีพอ มากพอ จนค่าเลือดคงที่ ในเกณฑ์ดีคุณหมอจะค่อยๆๆลดยาลง ทีละ step by step คะ


หน้าที่ของคุณลูกค้าคือ ดูแลค่าเลือดให้ลดลงทุกครั้งที่คุณหมอนัด รับรอง ยาที่คุณลูกค้าทานเยอะๆ จะลดลงไปเองค่ะ เมื่อลดยา ค่าไต ก็จะดีขึ้นตามลำดับด้วยนะค่ะ


ดูแลสุขภาพ ดูแลตั้งแต่เนิ่นๆUMI + HRT วันละ ซอง คุ้มค่า 
ดูแล ฟื้นฟู บำรุง ได้ถึง 25 โรค

ทาน UMI+HRT วันละ 1 ซอง
บำรุง - ฟื้นฟู - ป้องกัน แบบครบวงจร

1. เบาหวาน
2. ไตเสื่อม
3. เก๊าส์
4. ภูมิแพ้
5. ภูมิต้านทานต่ำ
6. ไขมันเลวสูง
7. ความดันผิดปกติ
8. หัวใจเต้นผิดจังหวะ
9. ไตรกลีเซอไรด์สูง
10. คอเลสเตอรอลสูง
11. ไทรอยด์
12. ไขมันพอกตับ
13. เส้นเลือดตีบ
14. หัวใจโต
15. ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
16. ฟื้นฟูผู้ฟอกไต
17. ป้องกันมะเร็ง
18. ป้องกันซีสต์ เนื้องอก
19. ฟื้นฟูหอบหืด
20. บำรุงเลือด
21. งูสวัด เริม
22. ฟื้นฟู บำรุง อัมพฤกษ์ อัมพาต
23. ภาวะสมองเสื่อม
24. บำรุงหลอดเลือดและระบบไหลเวียนเลือด
25. บำรุง ฟื้นฟู ผู้ใส่บอลลูนหรือบายพาสหัวใจ

อย่านิ่งนอนใจ โรคเสื่อม

เบาหวาน-ความดัน-ไขมันสูง-โรคหัวใจ-ไตเสื่อม

แพคเกจโรคชุดที่จะมาพร้อมๆกันเสมอ

แล้วแต่ว่าอะไรจะมาก่อนหลัง แต่มักมาร่วมกันแน่ๆ

===================

ราคาปกติ 9,000 บาท

โปรโมชั่น 5,850 บาทรวมส่งค่ะ

#umiบำรุงตับไต

#umiขายดีอันดับหนึ่ง

ไตเสื่อม ฟอกไต ล้างไต อาการโรคไต

โรคไตเสื่อม ดูแลยังไง เกิดจากอะไร

ศึกษา http://www.hrtexo.com/umikidney

===================

#HRTลดการทานยาความดันไขมัน

#HRTบำรุงหลอดเลือดและหัวใจ

#HRTขายดีอันดับหนึ่ง

ลดไขมันเลว ลดความดัน ลดคอเลสเตอรอล

ล้างหลอดเลือด บำรุงหัวใจ ด้วย hrt

คลิ๊ก http://www.hrtexo.com

สนใจสั่งซื้อ/ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ คุณอ้อม สารินี

Line : @gelhappylife

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife

วันจันทร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2561

อย่ากินเค็มมาก เดี๋ยวเป็นโรคไต” 


เป็นประโยค ที่ได้ยินมานานแสนนาน จริงๆแล้ว มี 3 สาเหตุที่ทำให้ ไตเสื่อม คือ

 1. การทานอาหารรสเค็ม
2. การทานอาหารรสจัด
3. การทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง            

ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ไตเสื่อม ได้ เพราะอะไร และอาหารอะไรบ้างที่มีโพแทสเซียมสูงที่ควรเลี่ยง

มาดูกันก่อนค่ะ ว่าทำไมเป็นโรคไต แล้วต้องเลี่ยงอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง?

👉 โพแทสเซียม เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง ที่ช่วยควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อในร่างกาย และกล้ามเนื้อหัวใจ

ส่วนไตมีหน้าที่กรองเอาสารอาหารที่ประโยชน์กลับขึ้นไปดูแลร่างกายผ่านกระแสเลือด

หากไตเสื่อม ไตก็จะกรองเอาโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้น้อยลง ดังนั้นผู้ป่วยโรคไตจึงควรจำกัดการทานอาหารที่มีโพแทสเซียมไม่ให้สูงเกินไปนั่นเอง

โพแทสเซียมสูง จะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง?

หากร่างกายมีปริมาณโพแทสเซียมสูงเกินไปอาจมี อาการดังนี้
👉 เหนื่อยหอบ
👉 อ่อนเพลีย
👉 ใจสั่น
👉 คลื่นไส้
👉 เป็นตะคริว
👉 ชีพจรเต้นช้าลง ไปจนถึงหัวใจหยุดเต้น

ผู้ป่วยโรคไต ห้ามทานอาหารที่มีโพแทสเซียม?

จริงๆ แล้วจะห้ามไม่ให้ทานอาหารที่มีโพแทสเซียมเลยก็ไม่ได้ เพราะโพแทสเซียม จะช่วย
👉 ช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกายของผู้ป่วย ช่วยปรับสมดุลของน้ำในร่างกายให้เป็นปกติ
👉 ป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวอีกด้วย

อาหารโพแทสเซียม ที่ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง

ผักสด โดยเฉพาะผักสีเข้มๆ นมไขมันต่ำ หรือ ไม่มีไขมัน ถั่วต่างๆ และธัญพืช

ตัวอย่างอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
❌ ผงโกโก้
❌ ลูกพรุนอบแห้ง
❌ ลูกเกด
❌ เมล็ดทานตะวัน
❌ อินทผาลัม
❌ ปลาแซลมอน
❌ ผักโขมสด
❌ เห็ด
❌ กล้วย
❌ ส้ม

อาหารที่ผู้ป่วยโรคไตสามารถทานได้ คืออาหารที่มีโพแทสเซียมต่ำ คือผักผลไม้ที่มีสีซีดๆ เช่น
✅ ชมพู่
✅ องุ่นเขียว
✅ แตงโม
✅ บวบเหลี่ยม
✅ เห็ดหูหนูขาว
✅ ฟักเขียว
✅ ผักกาดขาว
✅ กะหล่ำปลี
✅ แตงกวา

แต่เพื่อความสมดุล อ้อมขอแนะนำให้ทานสลับระหว่างอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง-ต่ำ เพื่อรักษาสมดุลของโพแทสเซียมในร่างกายค่ะ

และ วิธีการลวกผัก ในน้ำร้อนก่อนทาน ก็จะช่วยลดปริมาณโพแทสเซียมได้ถึง 30-40% ค่ะ

แต่หากพบปริมาณโพแทสเซียมในเลือดสูงผิดปกติ ควรงดผลไม้ทุกชนิด แล้วทานแต่ผักที่มีโพแทสเซียมต่ำค่ะ


***เพราะเราอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี***

สารอาหารดีๆ  ฟื้นฟูเซลล์ได้ดี รวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติเจล ดูดซึมดี สารอาหารครบถ้วน และแม่นยำ

ศึกษาผลิตภัณฑ์/ติดตามเรื่องราว
www.hrtexo.com/umikidney

สั่งซื้อ | ปรึกษา จากผู้เชี่ยวชาญ : คุณอ้อม สารินี
Line : @gelhappylife
Tel. 063-9695497

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife

สาวออฟฟิศที่ชอบกินจุบจิบ เสี่ยงเบาหวาน!!

ขนมเค้ก คุ้กกี้ ขนมปัง ขนมถุง มันฝรั่งทอดกรอบ ที่สาว ๆ ออฟฟิศส่วนใหญ่มีติดโต๊ะไว้แก้หิว เพราะตอนเช้าที่ต้องรีบตื่นแต่งตัวรีบเร่งไปทำงานให้ทัน แม้จะดื่มกาแฟแก้วเดียวก็แทบจะไม่มีเวลา แต่พอสาย ๆ ท้องก็เริ่มหิว เริ่มค้นหา ขนมที่วางไว้บนโต๊ะ หรือแซนด์วิชมาแก้หิว เป็นเรื่องผิดมหันต์!!! นะคะ




งานออฟฟิศส่วนใหญ่เป็นงานที่ใช้เวลานั่งทำอยู่กับโต๊ะและหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งเครียดและยุ่งแทบไม่ค่อยมีเวลากินข้าว แต่ชอบกินจุบกินจิบแทน พอตกบ่ายก็เริ่มง่วงจนต้องหากาแฟอีกแก้วพร้อมกับขนมขบเคี้ยวที่ซื้อติดมือมาตอนกลางวัน แต่ความผิดยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะสาวออฟฟิศส่วนใหญ่ก็มักไม่ค่อยมีเวลาไปออกกำลังกาย จึงทำให้น้ำหนักตัวยิ่งเพิ่มมากขึ้น และพฤติกรรมซ้ำ ๆ เหล่านี้นี่เองที่ทำให้ สาวออฟฟิศเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัว
"เราไม่ควรกินน้ำตาลเกินวันละ 6 ช้อนชา"

ตามหลักโภชนาการ กำหนดให้ผู้ที่มีสุขภาพปกติบริโภคน้ำตาลได้ไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา แต่สาวออฟฟิศที่ห่วงสวยจะเลี่ยงมารับประทานผลไม้เป็นของว่าง และได้รับน้ำตาลมากถึงวันละ 25 ช้อนชา ในขณะที่กลุ่มผู้ชอบกินขนมกรุบกรอบจะได้รับน้ำตาลวันละประมาณ 18 ช้อนชา


"กินหวาน" ไม่ได้ทำให้เป็นโรคเบาหวาน แต่เสี่ยง!! ต่อการเป็นโรคเบาหวาน


เคล็ดลับ แก้ไข ให้ห่างไกล เบาหวาน

✅ ไม่ควรรับประทานน้ำตาลเกินวันละ 6 ช้อนชา และแป้ง (ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง เค้ก ฯลฯ) ไม่เกิน 8–12 ทัพพี


✅ ควรจดบันทึกปริมาณพลังงานที่ได้รับ/วัน หรือนับการรับประทานอาหารกลุ่มแป้ง น้ำตาล และไขมัน


✅ อย่าซื้อขนมหวานที่ชอบติดบ้าน เวลาเบื่อหรือนั่งดูทีวีเรามักจะรับประทานขนมได้มากโดยไม่รู้ตัว ถ้าเบื่อควรเลือกทานผลไม้ที่ไม่หวานแทน เช่น ฝรั่ง, มันแกว ฯลฯ


✅ รับประทานให้ช้าลง เพราะร่างกายจะรับรู้ถึงสัญญาณความอิ่มหลังรับประทานอาหารประมาณ 15–20 นาที ถ้าเรารับประทานช้าลงเราก็จะรู้สึกอิ่มโดยที่ไม่ได้รับประทานเกินความต้องการของร่างกาย


✅ เคี้ยวให้นานขึ้น ยิ่งเคี้ยวนานเราก็จะทานช้าลง และอิ่มเร็วขึ้น


✅ ออกกำลังกายอาทิตย์ละ 3 ครั้ง เพื่อลดปริมาณไขมันในร่างกายเพื่อช่วยให้อินซูลินทำงานได้ตามปกติ


✅ เลือก UMI อาหารเสริม ที่ช่วย ดูแล ป้องกัน เบาหวาน


ใน UMI ซองสีเขียวๆนี้ มีฟูคอยแดน


ฟูคอยแดน ช่วยผู้ป่วยเบาหวานได้อย่างไร ?

- Fucoidan ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่สูงเกินไป

- Fucoidan ช่วยบำรุงตับอ่อน ทำให้ตับอ่อนสามารถผลิตอิซูลินได้ดีขึ้น เพราะฟูคอยแดนช่วยกระตุ้นการสร้าง Stem cell ทำให้ตับอ่อนและอวัยวะต่างๆในร่างกายได้รับการฟื้นฟู

- Fucoidan ช่วยบำรุงตับ ไต และ อวัยวะต่างๆในร่างกาย

- Fucoidan ช่วยลดไขมันในเลือด และ ช่วยให้เลือดไหวเวียนได้ดี ขึ้น


====================

#umiบำรุงตับไต

#umiขายดีอันดับหนึ่ง


agel umi ฟื้นฟูตับอ่อน รักษาสมดุลน้ำตาล

ช่วยลดระดับน้ำตาลสะสม HBa1C


ศึกษาได้ที่ http://www.hrtexo.com/umi


===================


สนใจสั่งซื้อ/ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ คุณอ้อม สารินี


Line : @gelhappylife

กดลิงค์แอดไลน์คุณอ้อม สารินี

อัตโนมัติ ด้านล่างได้เลยค่ะ

line://ti/p/@gelhappylife

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife


ปรึกษา ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทัก Line มาได้เลยคะ

“ผู้ป่วยไตวาย” ที่มีระดับโปแตสเซียมในเลือดสูงกว่า 5.0 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

“ผู้ป่วยไตวาย”

ที่มีระดับโปแตสเซียมในเลือดสูงกว่า 5.0 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ควรควบคุมปริมาณโปแตสเซียมในอาหาร
โดยเลือกรับประทานผักที่มีโปแตสเซียมต่ำ

ผู้ป่วยไม่ควรงดผัก เพราะเป็นแหล่งของวิตามินและใยอาหาร ซึ่งช่วยป้องกันท้องผูกนะคะ





ผักที่มีโปแตสเซียมต่ำถึงปานกลาง ได้แก่ แตงกวา แตงร้าน ฟักเขียว ฟักแม้ว บวบ มะระ มะเขือยาว มะละกอดิบ ถั่วแขก หอมใหญ่ กะหล่ำปลี ผักกาดแก้ว ผักกาดหอม พริกหวาน 
พริกหยวก




ผักที่มีโปแตสเซียมสูงควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เห็ด หน่อไม้ฝรั่ง บรอคโคลี่ ดอกกะหล่ำ แครอท แขนง กะหล่ำปลี ผักโขม ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ยอดฟักแม้ว ใบแค ใบคื่นช่าย ข้าวโพด มันเทศ มันฝรั่ง ฟักทอง อโวคาโด น้ำแครอท น้ำมะเขือเทศ กระเจี๊ยบ น้ำผัก ผักแว่น ผักหวาน สะเดา หัวปลี


**เพราะเราอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี**


สารอาหารดีๆ ฟื้นฟูเซลล์ได้ดี รวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติเจล ดูดซึมดี สารอาหารครบถ้วน และแม่นยำ

ศึกษาผลิตภัณฑ์/ติดตามเรื่องราว

www.hrtexo.com/umikidney
สั่งซื้อ | ปรึกษา จากผู้เชี่ยวชาญ : คุณอ้อม สารินี
Line : @gelhappylife
Tel. 063-9695497
คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife

วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2560



“ กล้วย” ผลไม้ต้องห้าม สำหรับผู้ป่วย ไตเสื่อม





กล้วย เป็นผลไม้ ที่มี ปริมาณโพแทสเซียมสูงแล้ว ยังอาจมีโซเดียมและน้ำตาล ที่อาจส่งผลเสียต่อระบบการทำงานของไตและระบบภายในร่างกายอื่น ๆ

ได้ด้วยนะคะ ดังนั้นถ้ามีภาวะไตทำงานผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน กล้วย จะดีกว่านะคะ

**เพราะเราอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพดี**

สารอาหารดีๆ ฟื้นฟูเซลล์ได้ดี รวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติเจล ดูดซึมดี สารอาหารครบถ้วน และแม่นยำ

ศึกษาผลิตภัณฑ์/ติดตามเรื่องราว
www.hrtexo.com/umikidney

สั่งซื้อ | ปรึกษา จากผู้เชี่ยวชาญ : คุณอ้อม สารินี
Line : @gelhappylife
Tel. 063-9695497


คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife



วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560


เจาะลึก เบาหวานโรคแทรกซ้อนของคนเป็นไต


โรคเบาหวาน ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือด ซึ่งได้จากสารอาหารไปใช้ได้ตามปกติ FSB สูงกว่า 115 mg/dl ภาวะนี้จะทำให้เกิด · น้ำตาลในเลือดสูง อินซูลินในเลือดสูงด้วย · ทำให้เกิดอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น, การทำงานของผนังเซลล์เสียไป, DHEA ถูกรบกวน · สภาพอวัยวะทั่วไปเสื่อมเร็วกว่าปกติ · ทำให้แก่เร็ว, ความดันโลหิตสูง, ไขมันต่างๆ ผิดปกติ, อ้วน, กลูโคสต่างๆ ผิดปกติ, กระดูกพรุน, เนื้องอก, มะเร็งเติบโตได้ดี ภาวะแทรกซ้อนเรื้อรังของเบาหวาน 

1. การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่หลอดเลือดขนาดเล็ก (Microvascular) เช่น ภาวะไตวาย ภาวะจอรับภาพเปลี่ยนแปลง (Rentinopathy) ภาวะเส้นประสาทอักเสบชนิดที่เกิดขึ้นที่เส้นประสาทเดี่ยว (Mononeuropathy) 

2. การเปลี่ยนแปลงเกิดที่หลอดเลือดขนาดใหญ่ (Macrovascular) เช่น หลอดเลือดใหญ่แข็งตัว และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 

3. การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น การเกิดต้อกระจก การเกิดเส้นประสาทเสื่อมชนิดที่เกิดในเส้นประสาทหลายเส้น (Polyneuropathy) 

อะไรทำให้เป็นเบาหวาน 
1. สารเคมี - ตัวขัดขาวในแป้ง (Alloxan) เช่น ข้าวขัดขาว, ก๋วยเตี๋ยว, ขนมจีน ฯลฯ ซึ่งจะเป็นตัวทำลายตับอ่อนโดยตรง - มีอยู่ในแป้งข้าวสาลี
2. Steroid มีผลในการทำลายกระดูก ทำลายไต และทำให้เป็นเบาหวาน 
3. น้ำมันทั้งหลายขาด Lipase 

4. เครียด ธัยรอยด์ต่ำ 


5. กินอาหารขยะ ขาดสารอาหารในการซ่อมแซมร่างกาย (อาหารขยะ - อาหารที่ได้รับการแปรสภาพจนไม่เหลือสภาพเดิม, ทำในปริมาณมาก และ สารอาหารที่เหลืออยู่น้อย) 



6. Artificial Sweetener สารให้ความหวาน น้ำตาลเทียม จะเป็นการหลอกตับอ่อนให้สร้างอินซูลิน 



การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน 4 วิธี 

1. การควบคุมอาหาร 

2. การให้ยาทาน 

3. อินซูลินฉีด 

4. การออกกำลังกาย 

อาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน แบ่งเป็น 3 ประเภท 

1. ห้ามรับประทาน : อาหารน้ำตาล, ขนมหวาน, น้ำหวาน, ผลไม้หวาน, น้ำผลไม้ (ยกเว้นน้ำมะเขือเทศ มีน้ำตาล 1%) 
น้ำตาลเทียม 4 ชนิด 
1.1 แอสปาเทม - เป็นโปรตีน 
1.2 เอสซัลเฟมเค 
1.3 แซคคารีน (ขรรณทศกรณ์) มีความหวาน 300-400 เท่าของน้ำตาลทราย สามารถทำให้เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 
1.4 ฟรุคโตส, ซอร์บิทอล, แมนนิทอล, ไซลิทอล เป็นน้ำตาลจากผลไม้ อันตรายเท่า น้ำตาลทราย



2. รับประทานได้ไม่จำกัดจำนวน ผักทุกชนิด (ประมาณ 3-4 จานรองถ้วยกาแฟ/วัน)




3. รับประทานได้แต่ต้องเลือกชนิด : พวกคาร์โบไฮเดรต โดยคำนึงถึงปัจจัย 2 อย่าง คือ 
3.1 ไฟเบอร์



3.2 ไกลซีมิคอินเด็กซ์ - ข้าวเจ้า, น้ำตาลกลูโคส อาหารที่มีปริมาณไฟเบอร์ในอาหารสูง (มากกว่า 3 กรัม/อาหาร 100 กรัม) แอปเปิ้ลเขียว, ฝรั่ง, ข้าวโพดอ่อน, ถั่วเขียว, แครอท, ถั่วแระ, อาหารซีรีล ชนิดแบรน, ถั่วฝักยาว , เม็ดแมงลัก ค่าไกลซีมิคอินเดกซ์ของผลไม้ไทย (ใช้น้ำตาลกลูโคสเป็นอาหารมาตรฐาน) ทุเรียน 62.4 องุ่น 53.1 สัปปะรด 62.4 มะม่วง 47.5 ลำไย 57.2 มะละกอ 40.6 ส้ม 55.6 กล้วย 38.6




ค่าไกลซีมิคอินเดกซ์ คือ การเปรียบเทียบความสามารถในการดูดซึมของ ทุเรียน, สัปปะรด ฯลฯ เมื่อเทียบกับน้ำตาลกลูโคส แสดงให้เห็นคร่าวๆ ว่า ทุเรียนมีน้ำตาล 62.4% สัปปะรดมีน้ำตาล 62.4% โดยประมาณ เพราะฉะนั้นใครกินผลไม้เยอะก็เหมือนกินน้ำตาลทรายแหละครับ 

โรคเบาหวานที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกันมากกว่า 1 ล้านคน มีอยู่ 2 ชนิด 

ชนิดที่ 1 เป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันเล่นงานตนเองชนิดที่รักษาไม่ได้ (incurable autoimmune disorder) ไปทำลายเซลที่ผลิตอินซูลินในตับอ่อน ดังนั้น การฉีดอินซูลินจึงจำเป็นเพื่อให้ผู้ป่วยด้วยเบาหวานชนิดที่ 1 มีชีวิตอยู่รอดได้ 

ชนิดที่ 2 เป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ โรคเบาหวานชนิดนี้เป็นความสามารถของร่างกายในการนำคาร์โบไฮเดรตไปใช้ (metabolize) ไม่ได้ถูกทำลายไปทั้งหมด แต่มีความบกพร่องอย่างรุนแรง ซึ่งมักเกิดหลังจากรับประทานอาหารที่ขาดสมดุลเป็นระยะเวลานาน และ/หรือ มีวิถีชีวิตที่อยู่เฉยๆ ไม่ออกกำลังกาย โดยตับอ่อนอาจผลิตอินซูลินได้เพียงพอ หรือบางทีก็มากเกินไป แต่ร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ในการเมตาโบไลซ์น้ำตาลได้อย่างถูกต้อง 

ปัจจุบันผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 นี้ มีมากขึ้นในผู้ใหญ่วัยต้นๆ หรือแม้แต่เกิดขึ้นในเด็กก็มี ทั้งนี้เนื่องจากโภชนาการและการดำเนินวิถีชีวิตที่ไม่ดี 

การป้องกันเบาหวาน 4 ประการ 
1. ให้ร่างกายได้รับไฟเบอร์อย่างเพียงพอ เนื่องจากไฟเบอร์บางชนิดช่วยทำให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง หรือ ช่วยทำให้ "glycemic effect" หรือผลที่เกิดจากน้ำตาลในอาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้ช้าลง 

2. รับประทานไขมันชนิดที่ถูกต้อง ไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโมโนอันแซ็ทรูเรเต็ด เช่น น้ำมันมะกอก ช่วยทำให้ผลของอินซูลินในร่างกายดีขึ้น 

3. ควบคุมน้ำหนักตัว รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่แข็งแรง อาหารที่มีสัดส่วนของโปรตีนเมื่อเทียบกับคาร์โบไฮเดรตสูงขึ้น จะช่วยลดไขมันในร่างกายได้ดีกว่า และคาร์โบไฮเดรตที่รับประทานควรเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ทั้งผักและธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีมากกว่าที่จะเป็นคาร์โบไฮเดรตในรูปง่าย (ขนมปัง, ของหวาน เป็นต้น) และการรับประทานผลไม้และน้ำผลไม้มากๆ ก็มีผลทางด้านลบต่ออัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตในร่างกายผู้ป่วยเช่นกัน 

4. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น การเดินเร็วๆ สัปดาห์ละ 4 ครั้ง จะช่วยให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น การออกกำลังกายประเภทยกน้ำหนักจะช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นผลดีเช่นกัน เพราะกล้ามเนื้อจะสามารถนำกลูโคสไปใช้ได้โดยไม่ต้องใช้อินซูลิน ดังนั้น ยิ่งมีกล้ามเนื้อมากก็จะยิ่งนำน้ำตาลออกไปจากกระแสเลือดได้โดยไม่ต้องพึ่งการทำงานของตับอ่อนมากขึ้นเท่านั้น



ด้วยความห่วงใจจากเราคะ

ไตเสื่อม ฟื้นฟูไต บำรุงได้

#umiบำรุงไต #เพิ่มภูมิต้านทาน #สุขภาพดี
ทางเลือกผู้ป่วยไต บำรุง ฟื้นฟูไต ปลอดภัย 
ไม่มีผลข้างเคียง คลิ๊กเลย http://www.hrtexo.com/umikidney

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife

วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เกลือแร่ที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง 

และ โรคหัวใจ ต้องรู้จัก 

อาหารต้องห้าม สำหรับผู้ป่วยโรคไต และ โรคหัวใจ

โพแทสเซียม
คือ เกลือแร่ที่มีอยู่ในเลือดชนิดหนึ่ง มีหน้าที่เกี่ยวกับการหดตัว และคลายตัวของกล้ามเนื้อ และหัวใจ
การมีโพแทสเซียมในเลือดสูงมากเกินไป อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ และทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

ความต้องการขึ้นอยู่กับระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกิน 5 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ควรจำกัดหรืองดอาหารที่มี โพแทสเซียมสูง

โพแทสเซียมมีมากในอาหารหมวดผัก และผลไม้ซึ่งมีกากใยช่วยในการระบาย ดังนั้น ผู้ป่วยจึงควรงดในหมวดนี้ และเลี่ยงไปรับประทานอาหารในกลุ่มที่มี โพแทสเซียมต่ำ ถึงปานกลาง


ผักที่มีโพแทสเซียมสูง
ผักใบเขียว และ สีส้ม เช่น คะน้า กวางตุ้ง แครอท ฟักทอง ผักโขม มะเขือเทศ บล๊อคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง
ใบกุ่ยช่าย ฯลฯ








ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง
เช่น ฝรั่ง มะละกอสุก แคนตาลูป ลำใย ทุเรียน กล้วย กระท้อน ลูกเกด ลูกพรุน มะขามหวาน แก้วมังกร น้ำส้มคั้น น้ำมะพร้าว มะม่วงสุก ฯลฯ







ผักที่มีโพแทสเซียมปานกลาง
ผักกาดขาว มะเขือยาว หัวไชเท้า กระหล่ำปลี




ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมปานกลาง
ส้มเขียวหวาน มะม่วงดิบ สัปปะรด ส้มโอ แอปเปิ้ล




✪ ผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ
ที่สามารถเลือกรับประทานได้ควร ลวก หรือต้มผักให้สุก เช่น ฟักเขียวสุก บวบ 
ถั่วงอกสุก




✪ ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำลองกอง ชมพู่ เงาะ องุ่น มังคุด แตงโม ฯลฯ





ด้วยความห่วงใจจากเราคะ

ไตเสื่อม ฟื้นฟูไต บำรุงได้

#umiบำรุงไต #เพิ่มภูมิต้านทาน #สุขภาพดี

ทางเลือกผู้ป่วยไต บำรุง ฟื้นฟูไต ปลอดภัย 
ไม่มีผลข้างเคียง คลิ๊กเลย http://www.hrtexo.com/umikidney

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife