วันจันทร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560

อาหารต้องห้าม สำหรับคนเป็นไต


อาหารต้องห้ามสำหรับคนเป็นโรคไต

ทำไมเป็นโรคไต แล้วต้องเลี่ยงอาหารที่มีโพแทสเซียม
โพแทสเซียม เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง ที่ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาท และกล้ามเนื้อในร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ


⇨ ส่วนไตมีหน้าที่กรองเอาสารอาหารที่ประโยชน์กลับขึ้นไปดูแลร่างกายผ่านกระแสเลือด และแยกเอาสารอาหารที่เกินความจำเป็นออกไป 
หากไตเสื่อม ไตก็จะกรองเอาโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้น้อยลง ดังนั้นผู้ป่วยโรคไตจึงควรจำกัดการทานอาหารที่มีโพแทสเซียมไม่ให้สูงเกินไป

ผู้ป่วยโรคไตควรทานอาหารที่มีโพแทสเซียม
จะให้ไม่ทานเลยก็ไม่ได้ เพราะอย่างไรก็ตาม โพแทสเซียมยังพอมีประโยชน์กับผู้ป่วยโรคไตอยู่บ้าง เพราะโพแทสเซียมช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกายของผู้ป่วย ช่วยปรับสมดุลของน้ำในร่างกายให้เป็นปกติ และป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวอีกด้วย

อาหารโพแทสเซียม ที่ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง
ผักสด โดยเฉพาะผักสีเข้มๆ นมไขมันต่ำ หรือไม่มีไขมัน ถั่วต่างๆ และธัญพืช


ตัวอย่างอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
ผงโกโก้                           อินทผาลัม        
ลูกพรุนอบแห้ง                 
 ปลาแซลมอน
ลูกเกด                            
 เห็ด
เมล็ดทานตะวัน                
 ผักโขมสด
กล้วย                              
 ส้ม


โพแทสเซียมสูง
จะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรบ้างหากร่างกายมีปริมาณโพแทสเซียมสูงเกินไป อาจมีอาการเหนื่อยหอบ อ่อนเพลีย ใจสั่น คลื่นไส้ เป็นตะคริว ชีพจรเต้นช้าลง



ทางเลือกผู้ป่วยไต บำรุง ฟื้นฟูไต ปลอดภัย 
ไม่มีผลข้างเคียง คลิ๊กเลย http://www.hrtexo.com/umikidney


คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife

วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

ผลไม้ ที่ ผู้ป่วยไต กินได้ ปลอดภัย


ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ปลอดภัย อาการไตไม่กำเริบ

👉เลือกกินอย่างไรให้ปลอดภัย แล้วอาการของโรคไตจะได้ไม่กำเริบ
ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถกินผลไม้ทุกชนิดได้ทั้งหมดหรอกนะคะ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคไต เพราะผู้ป่วยโรคไตมักจะมีความบกพร่องในการขจัดโพแทสเซียมออกจากร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะโซเดียมมากเกินไป ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและระบบหัวใจได้ และโดยส่วนมากผู้ป่วยมักจะเผลอบริโภคโซเดียมจากผลไม้เข้าไปโดยที่ไม่รู้ตัว ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยโรคไต จึงควรระมัดระวังในการรับประทานผลไม้เอาไว้ด้วย ซึ่งผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้อย่างปลอดภัย ก็มีดังนี้

👉ผลไม้ที่ผู้ป่วยโรคไตกินได้ ในปริมาณที่เหมาะสม
➣ มังคุด 3 ผล
➣ ชมพู่ 2 ผล
➣ องุ่นเขียว 8-10 ผล
➣ เงาะ 4 ผล
➣ มะม่วงดิบ
➣ สับปะรด 8 ชิ้นคำ
➣ ลูกแพร์
➣ แอปเปิล 1/2 ผลกลาง
➣ พุทรา 2 ผลใหญ่
➣ ลองกอง 6 ผล




ผลไม้ทั้งหมดนี้จัดอยู่ในกลุ่มผลไม้ที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำ ซึ่งถือว่าปลอดภัยต่อผู้ป่วยโรคไตที่ควรจำกัดปริมาณโพแทสเซียมให้ไม่เกิน 4.7 กรัมต่อวัน


และแม้ว่าผลไม้ทุกชนิดมีประโยชน์ในตัวเองก็จริง แต่ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมีข้อยกเว้น อย่างผลไม้ตามรายการข้างล่างนี้ ที่มีปริมาณโพแทสเซียมค่อนข้างสูง เสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ป่วยโรคไตพยายามหลีกเลี่ยงจะดีกว่า

👉ผลไม้ต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยโรคไต ควรทานอย่างระวัง
มะเพือง
กล้วย
ส้ม
แตงโม
มะละกอ
มะพร้าว
ทุเรียน
มะม่วงสุก
ขนุน
มะขามหวาน
แก้วมังกร
ฝรั่ง
ลำไย
น้อยหน่า

มะปราง
แคนตาลูป
กระท้อน
ผลไม้อบแห้งทุกชนิด เช่น ลูกเกด ลูกพรุน เป็นต้น
ผลไม้หมักดองทุกชนิด
ผลไม้แช่อิ่มทุกชนิด

นอกจากผลไม้เหล่านี้จะมีปริมาณโพแทสเซียมสูงแล้ว ยังอาจมีโซเดียมและน้ำตาลที่อาจส่งผลเสียต่อระบบการทำงานของไตและระบบภายในร่างกายอื่น ๆ ได้ด้วยนะคะ ดังนั้นก็อย่างที่บอกไว้ว่า หากมีภาวะไตทำงานผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ดังกล่าวจะดีกว่า


ทางเลือกผู้ป่วยไต บำรุง ฟื้นฟูไต ปลอดภัย 
ไม่มีผลข้างเคียง คลิ๊กเลย http://www.hrtexo.com/umikidney

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife


วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

ระยะ ของ "โรคไต"


โรคไตมีกี่ระยะ


ระยะของโรคไตนั้นมีทั้งหมด 5 ระยะ

ระยะที่1 จะสามารถตรวจพบความผิดปกติของไต เช่น ปัสสาวะมีตะกอนผิดปกติ แต่ไตก็ยังคงทำงานได้ปรกติในระยะนี้

การดูแลรักษา : ต้องงดสูบบุหรี่ รักษาโรคที่เป็นสาเหตุที่ ทำให้เกิดโรคไต อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเอสแอลอี (ภูมิคุ้มกันผิดปกติ) โรคเก๊าท์ นิ่วในไต ไตอักเสบ การติดเชื้อปัสสาวะซ้ำ ๆ


ระยะที่ 2 ไตเริ่มทำงานได้น้อย 3 ใน 4 ส่วน หรือ 60-90% 

การดูแลรักษา : ลดปริมาณอาหารที่มีรสเค็ม


ระยะที่ 3 ไตเริ่มทำงานลดลง 1 ใน 2 ส่วน หรือ 30-60% 

การดูแลรักษา : ลดอาหารจำพวกโปรตีน 



ระยะที่ 4 ไตเริ่มทำงานได้น้อย 1 ใน 4 ส่วน หรือ 15-30%

การดูแลรักษา : จำกัดการบริโภคผัก 
ผลไม้ต่างๆ 



ระยะที่ 5 เป็น "ระยะไตวาย" ซึ่งในระยะนี้ไตจะทำงานได้ น้อยกว่า 15%

การดูแลรักษา : เตรียมตัวล้างไต หรือผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายไต







ทางเลือกผู้ป่วยไต บำรุง ฟื้นฟูไต ปลอดภัย 
ไม่มีผลข้างเคียง คลิ๊กเลย http://www.hrtexo.com/umikidney

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife


วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

"โรคไต" เสื่อม 75% จะเกิดอะไรขึ้น?



โรคไต เสื่อมแล้ว 75 เปอร์เซ็นต์



อาการที่จะเกิดขึ้นเมื่อ ไตเสื่อมไปแล้ว 75%

👉อ่อนเพลียไม่ค่อยมีแรง👈                                          👉เป็นตะคริวง่าย👈


         👉นอนไม่หลับ👈                                          👉หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ👈

      👉เบื่ออาหาร👈                                                      👉ปวดท้อง👈


👉เส้นเลือดที่คอจะโป่งขึ้นมา👈                  👉ขาบวม ถ้ากดบริเวณกระดูกเนื้อจะบุ๋มค้างทันที👈


                              
ทางเลือกผู้ป่วยไต บำรุง ฟื้นฟูไต ปลอดภัย 
ไม่มีผลข้างเคียง คลิ๊กเลย http://www.hrtexo.com/umikidney

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ผลไม้ บำรุง ไต

ผลไม้บำรุงไต

เนื่องจากผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำจะช่วยลดการคั่งของโพแทสเซียมในเลือด ช่วยลดสภาวะน้ำในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ ลดภาวะบวมน้ำ 


        แอปเปิ้ลเขียว                                                    แตงโม                 



                                                
           แครนเบอร์รี่                                                   【มะม่วงดิบ



                 【มังคุด                                                        ชมพู่  







นอกจากนี้ยังมีอาหารธรรมชาติที่ดีมีประโยชน์และปลอดภัยต่อกระบวนการทำงานของไตอีกด้วย อาทิ พืชผักต่างๆ เช่น แครอด หัวหอม ดอกกะหล่ำ กระเทียม และอาหารจำพวกเนื้อปลา อาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต หรืออาหารจำพวกแป้ง ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวจ้าว ข้าวสาลี ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวกล้อง ทุกชนิด ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อเป็นการควบคุมโปรตีนในร่างกายไม่ให้มากเกินไป




ทางเลือกผู้ป่วยไต บำรุง ฟื้นฟูไต ปลอดภัย 
ไม่มีผลข้างเคียง คลิ๊กเลย http://www.hrtexo.com/umikidney

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"โซเดี่ยม" อันตรายที่ซ่อนในความเค็ม

โซเดี่ยม อันตรายที่ซ่อนในความเค็ม


น้ำปลา ผงชูรส ซอสซีอิ้วปรุงรส ขนมถุงไม่เพียงแต่จะอุดมไปด้วยพลังงานและไขมัน ยังแฝงมาด้วยเกลือหรือโซเดี่ยมปริมาณมากมาย จนต้องยกให้เป็นอันตรายที่ซ่อนในความเค็มนั้น ส่งผลต่ออวัยวะอย่าง ไต ของเราอย่างไร

โซเดียมคืออะไร
โซเดียมเป็นสารอาหารที่สำคัญในตระกูลเกลือแร่ โซเดียมจะถูกดูดซึมได้ตลอดทางเดินอาหาร น้อยที่สุดที่กระเพาะอาหาร และมากที่สุดที่ลำไส้เล็กส่วนกลาง โซเดียมยังช่วยรักษา ความเป็นกรดและด่างของร่างกาย ช่วยนำซูโครสและกรดอะมิโน ไปเลี้ยงร่างกาย




โซเดียมมีความสัมพันธ์กับไตอย่างไร
ไตมีหน้าที่ขจัดของเสีย ยา สารพิษที่ละลายในน้ำออกทางปัสสาวะ
ดูดซึมและเก็บสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
รักษาปริมาณน้ำในร่างกาย ระบายน้ำส่วนที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากร่างกาย
รักษาปริมาณของโซเดียมในยามที่ร่างกายขาดโซเดียม ระบายโซเดียมที่เกินออกทางปัสสาวะ

ถ้าไตปกติจึงไม่มีอันตรายจากโซเดียมคั่งค้าง 
ไตมีหน้าที่ขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย โซเดียมจะถูกขับถ่ายออกทางปัสสาวะ บางส่วนจะออกมาทางอุจจาระและเหงื่อ 

เมื่อสมรรถภาพของไตเสื่อมลง 
การคั่งของของเสียจะเกิดขึ้น รวมทั้งไตไม่สามารถขับโซเดียมส่วนเกินออกได้ ทำให้โซเดียมคั่งอยู่ในเลือด ทำให้ผู้ป่วยโรคไตจำเป็นต้องลดการบริโภคอาหารที่มีเกลือโซเดียมน้อยลง
คนปกติมีความต้องการโซเดียมประมาณ 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน 
เราได้โซเดียมจากอาหารเกลือแกง น้ำปลา ผงชูรส ซอสซีอิ้วปรุงรส กะปิ อาหารหมักดอง ผัก-ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาเค็ม ฯลฯ การรับประทานขนมถุงที่มีเกลือโซเดียมในปริมาณมาก จะทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมเพิ่มมากขึ้นจากอาหารปกติ  ซึ่งจะทำให้ไตถูกทำลายมากขึ้น


ทางเลือกผู้ป่วยไต บำรุง ฟื้นฟูไต ปลอดภัย 
ไม่มีผลข้างเคียง คลิ๊กเลย http://www.hrtexo.com/umikidney

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

การเตรียมความพร้อมปลูกถ่ายไต

การเตรียมความพร้อมปลูกถ่ายไต 


➤ผู้ที่จะปลูกถ่ายไต ควรเตรียมตัวอย่างไร

ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในระยะสุดท้าย ระหว่างที่รอการปลูกถ่ายไตต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา เพราะไตที่รอคอยนั้น อาจจะมาเมื่อใดก็ได้โดยที่เราจะไม่คาดคิด ความพร้อมทางร่างกายนั้นต้องตรวจเช็คอวัยวะทุกระบบในตัวว่าแข็งแรงพอที่จะทนการผ่าตัดได้




ระบบต่างๆของร่างกายที่ต้องตรวจเช็ค คือ ระบบหัวใจ / ตับ / ปอด / สมอง / ระบบเส้นเลือด และ
ความดันโลหิต

➧หัวใจที่มีเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ควรได้รับการแก้ไขก่อนที่จะผ่าตัดเปลี่ยนไต



➧ตับที่เป็นไวรัสตับอักเสบชนิด บี/ ซี ที่ยังไม่สงบ ควรได้รับการรักษาให้เรียบร้อยก่อน มิฉะนั้นแล้วหลังการผ่าตัดเปลี่ยนไต เชื้อไวรัสอาจกำเริบและเพื่มจำนวนมากเป็นทวี





➧ระบบเลือด ควรดูเกล็ดเลือดและตรวจดูการแข็งตัวของเลือด เพราะถ้าเลือดหยุดยากอาจจะทำให้เสียเลือดมากในระหว่างการผ่าตัด ควรแก้ไขก่อนทำการผ่าตัด





➤การทำแม็ชชิ่ง (Matching ) คืออะไร 
การทำแม็ชชิ่ง คือการเจาะเลือดของผู้รอรับไตมาผสมกับเซลล์ของผู้บริจาคไต เพื่อดูว่าเข้ากันได้หรือไม่

➤การทำแม็ชชิ่งมีความสำคัญอย่างไร 
การตรวจนี่มีความสำคัญเป็นอันมาก เพราะถ้ามีปฏกริยาขึ้นแสดงว่าเนื้อเยื่อเข้ากันไม่ได้ จะไม่สามารถทำการปลูกถ่ายไตได้ มิฉนั้นจะเกิดผลรุนแรงต่อต้านเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

➤ต้องทำแม็ชชิ่งทุกครั้งก่อนที่จะมีการปลูกถ่ายไตใช่หรือไม่ 
การทำแม็ชชิ่งจำเป็นต้องทำทุกครั้งที่จะมีการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ เพื่อตรวจสอบความเข้ากันได้ก่อน

➤การรอปลูกถ่ายไต รอนานหรือไม่ นานเท่าใด 
การรอปลูกถ่ายไต ขึ้นอยู่กับที่ว่าคือผู้บริจาคไตนั้นมีเนื้อเยื่อที่คล้ายคลึงกับผู้ป่วยที่รอรับมากน้อยแค่ไหน บางท่านอาจรอเพียงไม่กี่เดือน ส่วนบางท่านอาจต้องรอเป็นปีๆ



ทางเลือกผู้ป่วยไต บำรุง ฟื้นฟูไต ปลอดภัย 
ไม่มีผลข้างเคียง คลิ๊กเลย http://www.hrtexo.com/umikidney

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ line://ti/p/@gelhappylife